มอยส์เจอไรเซอร์


โดย ภญ.เจนนิษฐ์ มีนวัฒนา

มอยส์เจอไรเซอร์ (Moisturizer) คืออะไร?

          มอยส์เจอไรเซอร์ คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว โดยออกฤทธิ์หลากหลายกลไก ทำให้เพิ่มปริมาณน้ำให้กับผิว หรือเป็นเกราะป้องกันการสูญเสียน้ำจากผิวหนังได้ ผิวจึงมีความเรียบเนียนขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้สารออกฤทธิ์ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอื่นๆ ทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย มอยส์เจอไรเซอร์ยังให้ประโยชน์อย่างมากในด้านการรักษาโรคผิวหนังต่างๆ เช่น การใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิว หรือยารักษาโรคผิวหนังอื่นๆ โดยมีบทบาทสำคัญในการเป็นองค์ประกอบหลักในการรักษาการทำงานของเกราะป้องกันผิว (skin barrier)ให้แข็งแรง

 

ประเภทของ มอยส์เจอไรเซอร์

          ส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้นในมอยส์เจอไรเซอร์ มีสามประเภทหลัก ๆ ตามคุณสมบัติของ มอยส์เจอร์ไรเซอร์ ได้แก่ humectants, occlusive และ emollients โดยมีคุณสมบัติต่างๆ ดังนี้

 

Humectants คือประเภทของมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ที่องค์ประกอบของสารมีคุณสมบัติเด่นในการอุ้มน้ำ โดยโครงสร้างทางเคมีของสารลุ่มนี้จะดึงดูดและจับโมเลกุลของน้ำได้ดีมาก จึงสามารถดึงดูดน้ำไว้ที่ผิวได้ดี นอกจากนี้สารกลุ่มนี้ยังมีคุณสมบัติละลายน้ำได้ ซึ่งหมายความว่าสามารถล้างออกได้ง่ายด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว โดย humectant ที่พบมากที่สุดคือกลีเซอรีน (glycerine) ซึ่งกลีเซอรีนพบได้ในมอยส์เจอร์ไรเซอร์ส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์สำหรับผิวหน้าหรือผิวกาย ในรูปแบบโลชั่นหรือครีม โดยทั่วไปมีความเข้มข้นตั้งแต่ 1% ถึง 25% ขึ้นไป โดยสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นได้ประมาณ 20% ถึง 40% มอยส์เจอไรเซอร์อื่นๆ ที่อยู่ในกลุ่มนี้เช่นกัน คือ Hyaluronic Acid, Sodium PCA, กรดแลคติค (lactic acid), urea เป็นต้น

 

Occlusive agents คือประเภทของมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ที่มีคุณสมบัติในการป้องกันการสูญเสียน้ำจากผิวเพื่อรักษาสภาพแวดล้อมของผิวให้ชุ่มชื้น โดยกลไกของ occlusive agents จะทำงานจากการสร้างฟิล์มที่ละลายน้ำได้น้อยเพื่อเคลือบผิวไว้ ทำให้การสูญเสียน้ำของผิวลดลงได้ จึงกักเก็บความชุ่มชื้นเข้าสู่ผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ occlusive agents ที่พบได้บ่อยคือ petrolatum หรือปิโตรเลียมเจลลี่ โดยเมื่อมีการใช้สารกลุ่มนี้บนผิว สารกลุ่มนี้จะแทรกซึมเข้าไปในชั้น corneum ซึ่งคือชั้นผิวหนังชั้นนอกสุด และรวมถึงไปปิดช่องว่างระหว่างชั้นดังกล่าวของผิวได้เป็นอย่างดี ทำให้ช่วยลดการสูญเสียน้ำทางผิวหนังได้มาก มอยส์เจอไรเซอร์ที่อยู่ในกลุ่มนี้เช่นกัน คือ mineral oil ที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่ และไดเมทิโคน

 

Emollients คือประเภทของมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ที่เป็นน้ำมันหรือไขมัน หรือมีความสามารถในการละลายน้ำได้น้อย แต่ไม่ก่อตัวเป็นฟิล์มเคลือบผิวเหมือนใน occlusive agents โดยมอยส์เจอร์ไรเซอร์กลุ่มนี้ มักใช้เพื่อทำให้ผิวนุ่มและเรียบเนียนและให้ความรู้สึกเนียนนุ่มหลังการใช้ โดยสารในกลุ่มนี้ยังมีคุณสมบัติที่สำคัญ เนื่องจากมีกรดไขมันจำเป็นที่อยู่ในเซราไมด์ของผิวชั้นนอกสุด ซึ่งเป็นแหล่งสำคัญของกรดไขมันสำหรับโครงสร้างเกราะป้องกันของผิวหนังอีกด้วย ตัวอย่าง ได้แก่ cetyl หรือ cetearyl alcohol, cetylcaprylic / capric triglyceride น้ำมันเช่น เมล็ดองุ่นถั่วเหลือง หรือน้ำมันเมล็ดทานตะวัน  ซึ่งน้ำมันดังกล่าวพบว่ามีกรดอัลฟาไลโนเลอิกซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็นที่อยู่ในโครงสร้างของเซราไมด์ของผิวชั้นนอกสุด

 

ปัจจัยที่ทำให้ผิวเสียความชุ่มชื้น

  • อายุ ซึ่งอายุทีเพิ่มขึ้นจะการผลิตน้ำหล่อเลี้ยงผิวและน้ำมันผิวตามธรรมชาติ ลดลง 
  • โรคผิวหนัง เช่น โรคผื่นแพ้กรรมพันธุ์ (atopic dermatitis)  โรคสะเก็ดเงิน (psoriasis) โรคเด็กดักแด้ (Ichthyosis) ที่มีการแบ่งตัวของผิวผิดปกติ ทำให้เสียความชุ่มชื้นได้ง่าย
  • การใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวมากเกินไป อาจเสียความสามารถในการรักษาน้ำ หรือความชุ่มชื้นในผิวหนังได้
  • การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ขจัดน้ำมันเคลือบพื้นผิวมากเกินไป 
  • รังสี Ultraviolet หรือรังสี UV  ทำให้ผิวสูญเสียความสามารถในการกักเก็บน้ำ และอาจมีการทำลายชั้นโครงสร้างของเกราะผิวได้
  • ความชื้นในอากาศ  โดยเฉพาะหากมีความชื้นในอากาศต่ำ จะมีดึงน้ำในผิวออกสู่ภายนอกได้

 

การเลือก มอยส์เจอไรเซอร์

          ประสิทธิภาพของมอยส์เจอร์ไรเซอร์ควรพิจารณาจากคุณสมบัติทั้งสามด้านของมอยส์เจอไรเซอร์ทั้งการเป็น humectants, occlusive และ emollients โดยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ดีควรมีทั้งสามอย่างที่สมดุลกันตามระดับความต้องการของผิวแต่ละประเภท การเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีการผสมมอยส์เจอไรเซอร์ประเภทต่างๆ ในปริมาณที่พอเหมาะ เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อเติมความชุ่มชื้น บำรุงรักษาและสามารถซ่อมแซมเกราะป้องกันผิวได้ โดยลักษณะของเนื้อผลิตภัณฑ์ก็จะมีความแตกต่างกันออกไปตามสัดส่วนของมอยส์เจอไรเซอร์ประเภทต่างๆ รวมถึงสารช่วยในตำรับเพื่อให้เนื้อของผลิตภัณฑ์มีความเหมาะสมกับผิวแต่ละประเภท  ดังนี้

 

ผิวแห้ง (Dry skin): ลักษณะผิวจะค่อนข้างแห้งและขาดน้ำ จึงควรใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่มีองค์ประกอบของน้ำมันเป็นหลัก (Oil-based moisturizer) หรือมี occlusive agents เพื่อเป็นการป้องกันการสูญเสียน้ำร่วมด้วย

 

ผิวปกติ (Normal skin): สามารถใช้มอยส์เจอไรเซอร์น้ำ (Water-based moisturizer) ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบโลชั่น เพื่อที่จะได้รู้สึกแห้งเร็ว ไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะจนเกินไป

 

ผิวผสม (combination skin) มอยส์เจอไรเซอร์ที่แนะนำคือ มอยส์เจอไรเซอร์ที่มีความหนืดเเละให้ความชุ่มชื้นปานกลาง เป็นเนื้อโลชั่นกึ่งครีม หรืออาจเลือกใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละส่วนบนใบหน้าก็ได้

 

ผิวมัน (oily skin): มอยส์เจอไรเซอร์ที่แนะนำคือแบบน้ำ (Water-based moisturizer) ที่อาจอยู่ในรูปแบบโลชั่นเหลว หรือ เซรั่ม ซึ่งจะมีน้ำเป็นองค์ประกอบส่วนใหญ่ในตำรับ และมีโอกาสก่อให้เกิดสิวน้อยกว่า นอกจากนี้ คนผิวมันควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบเป็นสารที่เป็นน้ำมัน เช่น โกโก้บัทเตอร์ (Cacao butter) น้ำมันมะพร้าว หรือปิโตรเลียมเจลลี่ (Petroleum jelly) ด้วย