ไอจนเหนื่อยแล้ว เลือกใช้ยาตัวไหนดีอ่ะ?

โดย  เภสัชกรอุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล



“คุณเภสัช ไอมานาน ไอจนเหนื่อย อยากหายไอต้องทำอย่างไร?”

เวลาเราไม่สบายหรือเป็นหวัด หรือบางทีอากาศไม่ดีจาก PM 2.5 อาการภูมิแพ้กลับมารำคาญ หลายครั้งมักมีอาการไอค้อก ไอแค้กตามมา เป็นน้อยๆ ก็หายได้ เป็นนานๆ หลายคนก็ไอจนไม่ได้นอนเลยก้อมี อยากได้ยาแก้ไอที่ชะงัก แบบกินแล้วเงียบสนิทเลยมีไหม? มีดิ เภสัชมาเล่าให้ฟังแล้วหล่ะ


#อาการไอเป็นเรื่องธรรมชาติ

#อาการไอ เป็นกลไกการตอบสนองของร่างกายต่อสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในระบบทางเดินหายใจ การไอจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตของมนุษย์แต่ในบางครั้งโรคหรือยาบางอย่างกลับมีผลทำให้เกิดอาการไอมากเกินกว่าปกติ ซึ่งอาจเพียงทำให้เกิดความรำคาญ หากไอไม่รุนแรงและหายได้อย่างรวดเร็ว

แต่ถ้า #ไออย่างรุนแรง และ #ไอยาวนาน อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บของระบบทางเดินหายใจ และอาจส่งผลถึงกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่างกายที่ต้องใช้ในการไอด้วย ซึ่งวิธีการรักษาอาการไอที่ดีที่สุดคือ การกำจัดที่สาเหตุของอาการไอ เช่น การเลิกสูบบุหรี่ การหลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแพ้ เป็นต้น

จำไว้นะครับอยากหายไอต้องทราบสาเหตุ ขจัดปัญหาเสียก่อนที่จะมาไล่วิ่งซื้อยาแก้ไอ กินไปแล้ว ก้อมานั่งบ่นว่าทำไมไม่หายไอแค้กๆเสียที ร้านยานี้เลี้ยงไข้หรือเปล่านี่? คำตอบหายไอเภมาอธิบายหลายรอบแล้วเน้อ

 

#ไอเรื้อรังอย่าวางใจ

แต่เภสัชกรต้องเตือนไว้ก่อนเสมอว่า หากมีอาการไอเรื้อรังเป็นระยะเวลานานก็อย่าวางใจ คือว่า ในคนปกติการที่จะมีอาการไอเมื่อรักษาสักระยะ 3-5 วัน ก็จะหายไป แต่ถ้าอาการไอนั้นเป็นแบบเรื้อรังนานเป็นเดือน ๆ ไม่น่าจะเป็นอาการไอแบบปกติแนะนำให้หาสาเหตุอื่นประกอบ เช่น โรคประจำตัวของผู้ป่วย อายุผู้ป่วย เพราะมีโอกาสเสี่ยงจะเป็นโรคอื่น เช่น ปวดบวม มะเร็งปอด ถุงลมโป่งพอง หอบหืด วัณโรค เป็นต้น

 

#ยาแก้ไอมีสองแบบหลักๆ

ไปหาหมอหรือเภสัชกร เพื่อขอคำแนะนำครับ หากไอรุนแรงหรือเรื้อรัง #ยาแก้ไอ ที่กินแล้วหยุดไอค้อกแค้กได้นั้น เราจำเป็นต้องทราบอาการไอให้ได้ในเบื้องต้น ว่าเป็นอาการไอแบบมีเสมหะหรืออาการไอแห้ง เนื่องจากหากใช้ยาไม่ถูกกับประเภทของอาการไอ นอกจากยาจะช่วยบรรเทาอาการไอไม่ได้แล้ว อาจทำให้อาการไอรุนแรงมากขึ้นก็ได้

#ยาแก้ไอต้องใช้ให้ถูกอาการโรค
ยาแก้ไอมีหลายตัว หลายชนิดมาก ยาแก้ไอสามารถแบ่งตามลักษณะการออกฤทธิ์ ได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ

- ประเภทยากดการไอ หรือ ยาบรรเทาอาการไอแห้ง

- ประเภทยากำจัดเสมหะ หรือ ยาบรรเทาอาการไอเปียก


เรามาดูกันอย่างละเอียดว่ามียาอะไรบ้าง?

1. #ยากดการไอ หรือบางครั้งเรียกยากลุ่มนี้ว่ายากดอาการไอ (#Antitussives) ซึ่งเป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ทำให้กลไกตอบสนองของร่างกายต่ออาการไอเกิดขึ้นน้อยลงและช่วยบรรเทาอาการไอ มีฤทธิ์กดการไอที่สมองน่านเลย ยากลุ่มนี้โดยมากใช้สำหรับบรรเทาอาการไอที่เกิดจากการแพ้หรืออาการไออื่นๆ ที่ไม่มีเสมหะ เพราะหากใช้ในอาการไอแบบมีเสมหะ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เสมหะที่เหนียวข้นอยู่แล้วถูกขับออกมาจากทางเดินหายใจได้ยากขึ้น จนเกิดอาการระคายเคืองและทำให้อาการไอรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมได้ รวมทั้งยาบางตัวอาจทำให้เกิดการเสพติด หรือก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงได้

ยาแก้ไอแห้งๆแบบนี้ สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

1.1 #ยาแก้ไอที่มีฤทธิ์ทำให้เสพติด (narcotic antitussive) เป็นยาแก้ไอที่มีฤทธิ์กดอาการไอ ถ้าใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้เกิดการเสพติด ยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ codeine, opium (ใน opium tincture ซึ่งเตรียมเป็น camphorated opium tincture), hydrocodone เป็นต้น

1.2 #ยาแก้ไอที่ไม่มีฤทธิ์ทำให้เสพติด (non-narcotic antitussive) เป็นยาแก้ไอที่มีฤทธิ์กดการไอ แต่ถ้าใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานจะไม่เกิดการเสพติด ยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ dextrometromethorphan, noscapine, benzonatate เป็นต้น

2. #ยากำจัดเสมหะ เป็นยาแก้ไอที่ออกฤทธ์ละลายเสมหะ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

2.1 #ยาขับเสมหะ (#expectorant) ที่ออกฤทธิ์โดยทำให้ร่างกายสร้างสารน้ำออกมาหล่อเลี้ยงทางเดินหายใจมากขึ้น  กลไกของยาจะไปกระตุ้นเซลบริเวณเยื่อบุทางเดินหายใจให้มีปริมาณของสารคัดหลั่งหรือเสมหะบริเวณหลอดลมเพิ่มขึ้น หรือออกฤทธิ์กระตุ้นประสาทรับความรู้สึกที่กระเพาะอาหาร ทำให้เกิดกลไกการตอบสนองซึ่งส่งผลให้มีการหลั่งน้ำและเมือกเพิ่มขึ้น จึงช่วยให้เสมหะเหนียวน้อยลง และการหดตัวบริเวณกล้ามเนื้อทรวงอกและหน้าท้อง ทำให้เสมหะถูกดันออกมาได้ง่ายขึ้น ผลที่ได้คือบรรเทาอาการไอในที่สุด ยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ guaiphenesin, ammonium chloride, ipecacuanha, potassium iodide, hydriodic acid และ iodinated glycerol

2.2 #ยาละลายเสมหะ (#mucolytic) ที่ออกฤทธิ์ต่อเสมหะโดยตรงและทำให้เสมหะข้นเหนียวน้อยลง ซึ่งยาทั้งสองกลุ่มจะช่วยให้ผู้ป่วยไอและขับเสมหะออกมาได้ง่ายขึ้น มักใช้ในอาการไอที่เกิดจากการติดเชื้อ เช่น หวัด คออักเสบ หลอดลมอักเสบ โดยช่วงแรกของการรับประทานยาผู้ป่วยอาจไอถี่ขึ้น แต่จะลดลงเมื่อผู้ป่วยไอและขับเสมหะออกมาได้แล้ว กลไกของยากลุ่มนี้จะไปทำลายแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลในเสมหะ ทำให้เสมหะมีลักษณะใสขึ้นจึงถูกขับออกจากหลอดลมได้ง่ายขึ้นหรือไอเพื่อกำจัดเสมหะออกไปจากหลอดลมได้ง่ายขึ้น ยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ bromhexine, ambroxol, acetylcysteine และ methylcysteine

 


เห็นไหมว่า ยาแก้ไอมีหลายตัวมาก ไม่ใช่ว่าคุณๆจะหายไอเงียบสนิทได้ โดยการไปยืนหน้าตู้ยาแล้วซี้ซั้วเลือกยากินเอง เพราะนอกจากจะไม่หายแล้ว อาจทำให้อาการไอแย่ลง หรือหากมีโรคซ้ำซ้อนที่เป็นต้นเหตุของอาการไอ ยังไงก้อไม่หายหรอกจ้า ตัวคุณเองเป็นหมอที่ดีที่สุดในการรักษาอาการไอ หากไอแล้วไม่แน่ใจว่าเป็นแบบไหน? เกิดจากอะไร? แวะปรึกษา #เภสัชกรใจดี ที่ร้านยาได้เลยจ้า 

#เภสัชกรอุทัย #utaisuk #urx



เภสัชกรอุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล